สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี กินเพื่อสุขภาพ เพื่อ

สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี



icon

ความสำคัญของการตรวจภายใน ขึ้นขาหยั่งเมื่อไร คลำเองได้มั้ย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2553 08:26 น.

By Lady Manager

"ถอดกางเกง แล้วเปลี่ยนผ้านุ่ง ขึ้นขาหยั่งเลยค่ะ"
สิ้นเสียงพยาบาลปุ้บ ใจเต้นตุ้บตุ้บ ผู้ได้รับการตรวจภายใน..ใจแป้ววว!!
เป็นที่หวาดกลัวของผู้หญิงมานับหลายรุ่น กับการตรวจภายใน สิ่งเร้นลับที่เราไม่อยากให้ใครค้นหา ล่วงล้ำนอกจากตัวเอง
“ก็มันอายนี่ค่ะ ยิ่งเจอหมอผู้ชาย แถมเพิ่งจบมาหมาดๆ ยิ่งเขิลล์เข้าไปใหญ่”

แต่เมื่อใดก็ตาม มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับของลับ จำเป็นเหลือเกินต้องทลายกำแพงความหวาดกลัวเหล่านั้นเ สีย ทิ้งความอายให้หมด

"จริงๆ แล้วการตรวจภายในด้วยตัวเองไม่มีน่ะครับ จะมีในประเทศที่ไม่เจริญ ผมยกตัวอย่าง เช่น อินเดีย เค้ามีวรรณะต่างๆ

ห้าม คนนั้นเห็นของคนนี้ จึงมีความพยายามที่จะทำเป็นเซลฟ์เอ็กแซม (Self-examination -การตรวจสอบตนเอง) ใส่เข้าไปเอง แล้วป้ายๆ เอามาตรวจมะเร็งปากมดลูก

แต่จริงๆ ไม่มีประสิทธิภาพหรอกครับ ประเทศเราเจริญแล้ว หมอผู้หญิงก็มี พยาบาลก็ทำได้ เช่นตรวจมะเร็งปากมดลูก" นพ.กิตติ ตู้จินดา สูติ-นรีแพทย์ แห่งโรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวถึงการตรวจภายในของผู้หญิง

อ้าว! หากแค่คันยุบยิบเล็กน้อยที่ปากช่องคลอด ต้องรีบวิ่งแจ้นไปหาหมอไหมคะ?

"ถ้ามีอาการผิดปกติเบื้องต้น สามารถตรวจด้วยตัวเองได้ เช่น คุณคันที่ปากอวัยวะเพศ ก็ดูภายนอกได้ แต่ไม่ใช่ระดับข้างในครับ"

คุณหมอให้ความรู้การตรวจภายในคร่าวๆ ว่า

"การตรวจภายใน คือ การตรวจอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงตั้งแต่ภายนอกจนถึง มดลูก รังไข่ ดูว่ามีความผิดปกติไหม ฉะนั้นตรวจเองไม่ได้แน่นอน เพราะหมอจะรู้ขนาดของเนื้องอกว่าเป็นอย่างไร ผิดปกติไหม

คนไข้จะอยู่ท่าขาหยั่ง หมอจะตรวจดูความผิดปกติ ว่ามีอะไรบ้างทั้งแต่ปากมดลูก เหมือนเป็นกล้อง ดูด้วยตาเปล่า

หากเจอสิ่งผิดปกติจำเป็นต้องใช้เครื่องมือสอดเข้าไป ในรายกลัวจนเกร็ง ก็ใช้วิธีอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ช่วยได้

“ใน กรณีที่สงสัย ต้องใส่เครื่องมือเพื่อไปดูปากมดลูก แล้วจึงนำเครื่องมือสอดเข้าไป พร้อมใช้นิ้วสอดเข้าไปเพื่อคลำมดลูก แต่ถ้าคลำแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะคนไข้เกร็ง ไม่รู้สึก comfortable กับหมอคนนี้ ก็ต้องใส่เครื่องมืออัลตราซาวด์ไป เพื่อจะวัดขนาดเนื้องอก”

ยุคไฮเทคนับวันผู้หญิงเริ่มเขินอายการตรวจภายในน้อยล ง เพราะเข้าใจ และมีข้อมูลความรู้มากขึ้น ต่างจากสมัยอดีต

"เดี๋ยวนี้ผู้หญิงอายน้อยลงน่ะ ตรวจภายใน เพราะว่าเขาตั้งใจมาตรวจ อยากแก้ไขปัญหาของเขา แต่ก็คงมีอายบ้างกับหมอผู้ชาย"

สาวไทยที่เวอร์จิ้นทั้งหลายฟัง! เมื่อย่างเข้าวัย 30 ควรมาตรวจภายใน แม้ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ก็ตาม

"จริงๆ อายุ 30 ปีขึ้นไป ก็มาตรวจได้แล้ว สูตินรีแพทย์ไทยแนะให้ตรวจภายในเมื่ออายุ 30 ปี แต่ถ้าของอเมริกา จะแนะให้ตรวจตอนอายุ 21 ปีไม่ว่าจะเคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่มีก็ตาม"

ทว่าหากหญิงใดก็ตามเสียสาวตั้งแต่วัยรุ่นละอ่อนเท่าใ ดก็ตาม ภายใน 3 ปี นับแต่วันเยื่อพรหมจรรย์ขาดให้รีบมาตรวจภายในเถอะ

แต่ถ้ามีเพศสัมพันธ์แล้วภายใน 3 ปี ให้มาตรวจ สมมติมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ 18 อายุ 21 ก็ควรมาตรวจได้แล้ว

คุณหมอกิตติย้ำว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปา กมดลูก

“แต่ ถ้าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนเลย อย่างน้อย 30 ต้องมาตรวจมะเร็งปากมดลูก เพราะการมีเพศสัมพันธ์เพิ่มอัตราการเป็นมะเร็งปากมดล ูก หรือถ้ามีอาการ เช่น ปวดประจำเดือนมากเลย เลือดออกเยอะ ก็มาตรวจได้เลยนะครับ"

7 วิธีตรวจภายในด้วยตัวเอง

1) ล้างมือ ทุกซอกนิ้วให้สะอาด จากนั้นจัดท่าของตัวเองจะนั่ง หรือนอนไม่ว่ากัน แต่ต้องให้เห็นอวัยวะเพศของตัวเองได้ทุกซอกทุกหลืบที ่สุด อาจจะนอนชันเข่า หลังพิงฝาโดยใช้หมอนหมุนหลัง หรือนั่งยองๆ นั่งคุกเข่า เอาเป็นว่า สะดวกคุณ ทั้งท้วงท่า และสถานที่

2) หากระจกอันโปรดที่เหมาะมือ หรือตั้งได้ บานใหญ่พอเหมาะสายตา 1 บาน

3) ใช้มือข้างใดก็ได้ที่ถนัดแยกแคมใหญ่ทั้งสองข้างออกจา กกัน มอง และคลำ ว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เช่น ก้อน ตุ่มแข็ง ตุ่มน้ำ แผล รอยบวม หรือบริเวณใดสีเปลี่ยนไป

เมื่อก่อนสีชมพู เดี๋ยวนี้ทำไมคล้ำจัง หรือแดงแจ๋เกินเนื้อมนุษย์ แบบนี้เรียกว่าอักเสบ


4) ต่อมาใช้นิ้วแยกแคมเล็กออกจากกัน ตรวจหาความผิดปกติแบบเดียวกับขั้นตอนที่ 3 เป๊ะ

อย่าลืม ตรวจดูบริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะว่ามีอาการบวมแดงหรือไม ่ และใช้นิ้วดึงรั้งผิวหนังที่คลุมบริเวณคลิตอริส (clitoris-ปุ่มกระสัน)ขึ้นไป เพื่อตรวจดูว่ามีแผล ปุ่มบวมเป่งหรือไม่


5) ใช้ นิ้วมือ 2 นิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอด แล้วแหวกแยกหนังช่องคลอดออกจากกัน สังเกตตกขาวในช่องคลอด ถ้าเป็นสีขาวขุ่น มูกเหนียว หรือมูกใส มีกลิ่นคาวเล็กน้อย ถือว่า ตกขาวปกติ

แต่ถ้ามีลักษณะคล้ายคราบนมเด็กที่แหวะออกมา ร่วมกับอาการคันระเบิด เตรียมตัวเตรียมใจไปพบคุณหมอได้เลย เพราะอาจมีเชื้อราหรือเชื้อพยาธิในช่องคลอด


ขอบคุณ ภาพจากนิตยสารรักลูก
6) ใช้นิ้วมือคลำบริเวณส่วนล่างของแคมใหญ่ทั้งสอง โดยใช้นิ้วมือหนึ่งอยู่ในช่องคลอด และอีกนิ้วหนึ่งอยู่ที่ส่วนล่างของแคมใหญ่ ดูว่ามีก้อนคล้ายถุงน้ำบริเวณนั้นหรือเปล่า เพราะเป็นตำแหน่งของต่อมที่สร้างมูกออกมาช่วยหล่อลื่ นในช่องคลอด ซึ่งท่อที่ปล่อยมูกนี้เจอปัญหาอุดตันได้บ่อย

ถ้าคลำได้เป็นก้อนนิ่มๆ ล่ะ อย่าปล่อยทิ้งไว้นานเชียว จะทำให้อักเสบเป็นหนองได้



7)
ปิดท้ายกับบั้นท้าย เราต้องสำรวจทุกซอกทุกมุมค่ะ ตรวจบริเวณฝีเย็บ และรูทวารว่า มีก้อนเนื้อ หรือ “ริดสีดวงทวาร” หรือไม่

หากว่าเป็นก้อนเนื้อเล็ก หรือใหญ่ รีบปรึกษาคุณหมอ จะมีขั้นตอนรักษาอย่างไร เอาก้อนเนื้อออกด้วยวิธีไหน


*เนื้อโผล่ผุด! สัญญาณเตือนโรคเคาะเรียก

รอยแดง เพียงตำแหน่งเดียวบริเวณอวัยะเพศ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคบางชนิด เช่น ปากช่องคลอดอักเสบ หรือมะเร็งปากช่องคลอด

บวม หากไม่ใช่แมลงกัดต่อย อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไต มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ไฝ หรือจุดดำคล้ำ หมั่นสังเกตว่าจุดเหล่านี้มีสีเข้มขึ้นหรือใหญ่ขึ้น ตรวจดูทุกๆ 2-3 เดือนได้ยิ่งดี เพราะหากใหญ่ขึ้น หรือสีเข้ม อาจใช่มะเร็ง

ตุ่มน้ำ อาจ จะเกิดจากโรคเริม หรือผิวหนังอักเสบที่อวัยวะเพศก็ได้ อาการสำคัญของโรคเริมนี้ จะเริ่มด้วยการตุ่มน้ำใสๆ เกาะกันเป็นกลุ่ม ต่อมาแตกออกเป็นแผล คอนเฟิร์มว่าแสบมาก แถมคันสุดๆ บางรายจะมีอาการไข้ ปวดเมื่อยตามตัวร่วมด้วย หลังจากมีอาการประมาณ 1-2 สัปดาห์ แผลจะหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา

ก้อน อาจเป็นเนื้องอก หรือเกิดจากการอักเสบ ถ้าเป็นเนื้องอกที่บริเวณนี้สบายใจหายห่วงค่ะ มักจะไม่ใช่มะเร็ง สามารถรักษาได้ด้วยการตัดก้อนเนื้อทิ้ง ไม่ลุกลามงอกขึ้นมาได้อีก

::หมั่นส่องถ้ำ ดูแลจุดซ่อนเร้น

-หลัง เสร็จกิจจากการเข้าห้องน้ำหนัก-เบา ต้องทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นให้แห้งสนิท หอมชื่นใจ อย่าได้ชื้นแฉะ เพื่อจะได้ไม่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค

-ใช้ กระดาษทิชชูเช็ดซับน้องสาวอย่างเบามือ ระวังอย่าให้มีเศษกระดาษทิชชูขาดเปื่อยลุ่ยหลุดเข้าไ ปในช่องคลอด เพราะอาจเกิดอาการคัน หรือตกขาวผิดปกติ

-เลี่ยง การใช้ผ้าอนามัย มีกลิ่น สีสวยงามน่าเอาน้องอิง เพราะทำให้ระคายเคืองได้ ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆเพื่อความสะอาด เพราะหากขี้งกไม่เข้าเรื่อง โรคอาจโผล่มาให้เห็น เพราะผ้าอนามัยที่ใส่นานจะหมักหมมเป็นแหล่งเพาะเชื้อ โรคตัวดีเลยเชียว

-เพียง ล้างน้องด้วยน้ำเปล่าก็สะอาดสะอ้านแล้ว ระวังผลการใช้สบู่ที่ไม่คุ้นเคย หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น อาจสร้างความระคายเคืองได้

-อย่าสวมกางเกงรัดคับติ้ว นอกจากจะอึดอัดแล้ว เวลาเหงื่อออกจะทำให้เกิดอาการคัน ผดผื่นได้ง่าย

-ห้ามสวนล้างช่องคลอดเด็ดขาด เพราะน้ำจะทำลายสภาพความเป็นกรดในช่องคลอด ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

-ผู้หญิง บางกลุ่มมีโอกาสติดเชื้อราที่ช่องคลอดได้มากกว่าคนอื ่น เช่น คนอ้วนมากๆ เป็นโรคเบาหวาน คนท้อง คนที่รับประทานยาปฏิชีวนะ (ยาแก้อักเสบ) พร่ำเพรื่อ

สิ่ง สำคัญ ควรเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ว่า ตรวจภายในไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และเขินอาย แต่เป็นการเช็กความมั่นใจ และตรวจหาโรคได้ดีที่สุด มิใช่ วัวหายแล้วล้อมคอก! ตรวจเจอเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี โอกาสหายสูงเป็นเงาตามตัว

Comment