สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี กินเพื่อสุขภาพ เพื่อ

สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี



icon

ปัจจุบัน พนักงงานบริษัทกว่า 80% ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เกินวันละ 4-5 ชั่วโมง ขับรถนานกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ต่างประสบปัญหาความเมื่อยล้า สินค้าแบรนด์ดังอย่างพาร์คเกอร์แอนด์มอร์แกน ผู้นำเข้าเครื่องนอนครบวงจรและหมอนรองนั่ง-รองหลัง ได้จัดเวิร์กช็อปเพื่อเรียนรู้หลักการยศาสตร์ คือการทำงานตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเหมาะกับธรรมชาติของแต่ละคน เพื่อเพิ่มความสบายสูงสุดจากการทำงาน



อุปกรณ์ สำนักงาน เช่น เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ ถาดวางคีย์บอร์ด และ ฯลฯ มีส่วนช่วยสร้างความสะดวกสบายของบุคคลขณะทำงาน จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องปรับปรุงอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ โดยพิจารณาจากปัจจัยทางด้าน Ergonomics เพราะถ้าเราละเลยจะส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของงานลดลง และนำมาซึ่งความเจ็บป่วยที่เกิดสะสมอย่างช้าๆ (Repetitive Stress Injuries) ได้แก่ อาการปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดแขน และสะโพก ซึ่งความเจ็บป่วยนี้บ่อยครั้งเกิดจากการเคลื่อนไหว และวางตำแหน่งสรีระในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง

"ออฟฟิศ เออร์โกโนมิคส์" (Office Ergonomics) คือ การศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนกับงานที่ทำอยู่ จุดมุ่งหมายเพื่อความถูกต้องที่เหมาะสมระหว่างบุคคล สภาพแวดล้อมของงานและอุปกรณ์เครื่องมือในสำนักงาน โดยพิจารณาจากองค์ประกอบหลัก 3 องค์ประกอบ อันได้แก่ หนึ่ง ระบบความสัมพันธ์ทางกายภาพ (ขนาดพื้นที่สำนักงานรวมถึงท่าทางของบุคคลขณะปฏิบัติงาน และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ) สอง คือสภาพแวดล้อม (แสงสว่าง คุณภาพของอากาศ และเสียง) และสาม คือ จิตวิทยาทางสังคม หรือปัจจัยด้านอารมณ์ (ความเครียดในการทำงานร่วมกันในหน่วยงาน)

ดังนั้น การปรับอุปกรณ์สำนักงานให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์และการใช้อุปกรณ์อำนวย ความสะดวกต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยลดความเจ็บป่วย ซึ่งมีผลมาจากการเคลื่อนไหวและการวางตำแหน่งของสรีระในการทำงานให้ถูกต้อง โดยนักวิชาการด้านสาขาการยศาสตร์แรงงาน ฝ่ายพัฒนาความปลอดภัยสถาบันความปลอดภัยในการทำงาน ดังต่อไปนี้

1.เก้าอี้ทำงาน ควรเป็นขนาดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ขอบด้านหน้าของเบาะนั่งควรมีลักษณะโค้งเพื่อให้มีพื้นที่ว่างระหว่างด้าน หน้าของเบาะกับด้านหลังของหัวเข่า ความสูงของเบาะและพนักพิงจะต้องปรับได้ สะโพก หัวเข่า ข้อเท้า ควรทำมุมอย่างน้อย 90 องศา พนักพิงจะต้องสัมผัสกับแผ่นหลังโดยสมบูรณ์และที่เท้าแขนสามารถช่วยพยุงแขน ขณะใช้คีย์บอร์ด

2.มอนิเตอร์ (Monitor) ควรอยู่ ตำแหน่งตรงหน้าผู้ใช้ ห่างจากผู้ใช้อย่างน้อย 16 นิ้ว จอควรอยู่ระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าระดับสายตาและสามารถปรับความสูงมอนิเตอร์ ได้ด้วยแท่นวางปรับมุมเงยของมอนิเตอร์เพื่อลดแสงจ้าหรือแสงสะท้อนจากดวงไฟ เหนือศีรษะหรือหน้าต่างและควรใช้จอกรองแสงเพื่อป้องกันแสงจ้าและรังสี

3.คีย์บอร์ด และเมาส์ (Keyboard and Mouse) วาง ตำแหน่งของคีย์บอร์ดและเมาส์ในระยะห่างและความสูงที่พอเหมาะสามารถปล่อยแขน ได้ตามธรรมชาติ และให้ข้อศอกควรอยู่ใกล้ตัว ซึ่งจะช่วยให้เกิดมุมที่เหมาะสมระหว่างข้อศอกและข้อมือ

4.ถาดวางคีย์บอร์ด และเมาส์ (Keyboard/Mouse Trays) จะ ต้องมั่นคงแข็งแรง และปรับได้ในหลายลักษณะของการใช้งานที่เหมาะสมแต่ยังคงรักษาให้ข้อมืออยู่ใน ตำแหน่งกลางและสามารถวางที่พักข้อมือได้

5.แป้นหนีบเอกสาร (Document Holder) จะ ต้องอยู่ในระดับเดียวกัน และใกล้จอคอมพิวเตอร์ให้มากที่สุด จะช่วยให้คออยู่ในตำแหน่งตั้งตรงซึ่งจะช่วยลดการเคลื่อนไหวของศีรษะ ลดความเครียดของกล้ามเนื้อตา

6.ที่พักข้อมือ (Wrist Rest) เลือกที่ไม่มีขอบที่แข็งหรือคม หน้ากว้างเพียงพอที่จะพยุงข้อมือและฝ่ามือ

7.ที่วางเท้า (Foot Rest) จะต้องมั่นคงและแข็งแรง ปรับได้ทั้งความสูง ไม่ลื่น และใหญ่เพียงพอที่จะให้ความสะดวกสบายขณะวางเท้า

8.โคมไฟ (Task Light) ให้แสงสว่างที่พอเพียงแก่เอกสาร โดยปราศจากแสงจ้าบนเอกสารหรือบนจอคอมพิวเตอร์

9.หมอนรองหลัง (Lumbar Support Pillow) และหมอนรองเก้าอี้ (Seat Cushion) รองรับช่องว่างระหว่างหลังช่วงล่าง และเก้าอี้ อีกทั้งช่วยรองรับแรงกดทับทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายลดอาการปวดหลังและเอว

       

การออกกำลังกายเพื่อป้องกันการปวดหลัง

ข้อควรปฏิบัติในการออกกำลังกาย

1.เคลื่อนไหวในแต่ละท่าอย่างช้าๆ ห้ามกระชาก หายใจเข้าออกตามปกติ ระวังอย่ากลั้นหายใจ

2.อย่าฝืนหรือหักโหมจนเกินไป

3.ไม่ควรมีอาการปวดหลังหรือเจ็บใดๆ ขณะที่กำลังออกกำลังกาย

4.เพื่อให้ได้ผลที่ดีควรออกกำลังกายให้เป็นประจำและสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละไม่ต่ำกว่า 30 นาที

5.ให้ทำท่าละ  10 ครั้ง ควรเริ่มต้นด้วยท่ายืดกล้ามเนื้อและจบด้วยท่ายืดกล้ามเนื้อทุกครั้ง

ท่ายืดกล้ามเนื้อหลัง

1.นั่ง บนเก้าอี้ วางเท้าราบกับพื้นผ่อนคลายคอ หลัง พร้อมกับก้มตัวลงช้าๆ ให้มือแตะพื้น ค้างในท่านั้น 5-10 วินาที ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ สู่ท่าเริ่มต้น

2.นั่งให้ฝ่าเท้าชนกัน ผ่อนคลายคอและหลัง พร้อมกับก้มตัวเหยียดมือไปข้างหน้าช้าๆ ค้างไว้ 5-10 วินาที ถ้าตึงบริเวณต้นขาด้านในมากไป ให้เหยียดขาออกไปด้านหน้าได้อีก

3.นั่ง เหยียดขาไปกับพื้น ยกเท้าขวาไขว้ไปวางด้านข้างของเข่าซ้าย ใช้ศอกซ้ายดันเข่าขวา มือขวาท้าวไปด้านหลัง ให้รู้สึกว่ากล้ามเนื้อลำตัวด้านซ้ายตึงค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วสลับทำอีกซ้ำๆ

4.นอนหงาย ค่อยๆ ดึงเข่าทั้ง 2 ข้าง มาชิดอกช้าๆ ค้างไว้ 10 วินาที จะรู้สึกตึงบริเวณหลังและส่วนล่าง หากมีอาการปวดเข่าให้สอดมือทั้ง 2 ข้างตรงบริเวณข้อพับเข่า

ท่าออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อหลัง

1.นอนหงายชันเข่า 2 ข้าง เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง กดหลังให้ติดกับพื้นมากที่สุด ค่อยๆ ยกศีรษะและไหล่ขึ้นค้างไว้ 5 วินาที

2.นอนคว่ำมือข้างลำตัว ยกศีรษะและไหล่ขึ้นค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นค่อยๆ วางลง

3.นอนคว่ำ แขนยื่นออกไปด้านหน้าเล็กน้อย ดันแขนยกตัวขึ้นให้สะโพกติดพื้นค้างไว้ 5-10 วินาที

4.นอนหงาย ตั้งเข่าสองข้างขึ้น มือสองข้างวางข้างลำตัว เท้าสองข้างยันพื้นยกก้นขึ้นค้างไว้ 5 วินาที

5.นั่งเก้าอี้ไม่มีพนักพิง หลังติดกำแพง ยกมือสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ยืดตัวดันหลังต้านกำแพง ค้างไว้ 5-10 วินาที

6.ยืน ตรง แขน 2 ข้างทิ้งข้างลำตัว ยกแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะเอนตัวไปด้านขวาทิ้งไว้ 3 วินาที แล้วกลับมายืนในท่าเริ่มต้น สลับทำอีกข้าง

7.ยืนตรง มือทั้ง 2 ข้างยันค้ำไว้ด้านหลังบริเวณเอว เอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย ค้างไว้ 3 วินาที

8.นั่ง ประสานมือ แขนสองข้างกางออกระดับไหล่ หลังเหยียดตรงค่อยๆ หมุนลำตัวและศีรษะจากข้างหน้า ไปยังอีกข้างหนึ่งเท่าที่จะสามารถทำได้โดยทำทั้งสองข้าง




ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.posttoday.com/

Comment

Comment:

Tweet

Recommend