สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี กินเพื่อสุขภาพ เพื่อ

สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี



icon

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์:โกโนเรีย



โกโนเรียเป็น โรคที่เกิดจากการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสั มพันธ์
จะปรากฏอาการภายหลังมีเพศสัมพันธ์กับผู้เป็นโรคนี้ภา ยใน 2-14 วัน
ผู้ชายจะมีอาการแสบขัดเวลาถ่ายปัสสาวะ และมีหนองเหนียวข้นสีเหลือง
หรือเขียวอ่อน ออกมาจากปลายอวัยวะเพศ เปรอะเปื้อนกางเกงใน
ในผู้หญิงอาจมีอาการเช่นเดียวกัน หรือไม่มีอาการใดๆ ก็ได้ ทำให้การ
ดำเนินของโรคยังคงมีต่อไป และอาจไม่ได้รับการรักษาเพราะไม่มีอาการ
อะไรที่เด่นชัด ในบางคนโกโนเรียที่ไม่มีกฏอาการนี้อาจทำให้เป็นหมัน
หรือลุกลามไปทำให้เกิดข้ออักเสบติดเชื้อโกโนเรียได้ ซึ่งถ้าผู้หญิงที่
ตั้งครรภ์ และคลอดลูกโดยไม่ทราบว่าตนเองเป็นโกโนเรีย อาจทำให้
ลูกที่คลอดออกมาติดเชื้อและทำให้ตาบอดได้


ผู้ที่มีอาการดังกล่าวข้างต้นควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อ ตรวจเช็คให้แน่ใจ
ว่าเป็นโกโนเรียหรือไม่ โดยแพทย์อาจจะเอาหนองไปย้อมสี และส่องดู
ด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือบางรายอาจต้องเอาหนองไปเพาะเชื้อ เพื่อให้
ทราบว่าเป็นเชื้ออะไร และจะต้องใช้ยาอะไรจึงจะได้ผล สำหรับการรักษา
ทำให้หายขาดได้โดยอาศัยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม และควรให้การรักษา
พร้อมกันทั้งชายและหญิง ถ้าสามารถบอกได้ว่ามีการรับเชื้อโกโนเรียมา
จากใคร ในระหว่างที่รับการรักษาควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์จน กว่า
จะหายเป็นปกติดี การรักษาด้วยตนเอง อาจได้รับยาไม่เหมาะสม และ
เพียงพอที่ทำให้หายขาด ได้บางรายเป็นโรคโกโนเรียเรื้อรัง เพราะเชื้อ
ดื้อต่อยา


สาเหตุ



1. โรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ
Neisseria gonorrhoea เชื้อนี้จะทำให้เกิดโรคเฉพาะที่บริเวณเยื่อเมือก
เช่น เยื่อเมือกในท่อปัสสาวะ ช่องคลอด ปากมดลูก เยื่อบุมดลูก ท่อรังไข่
ทวารหนัก เยื่อบุตา เยื่อเมือกในลำคอ ปัจจุบันพบว่าความชุกของ
โรคหนองในลดลง เนื่องจากมีการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น จากการ
รณรงค์ให้ใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี


2. เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae เชื้อโรคเข้าสู่
ร่างกายทางเยื่อบุท่อปัสสาวะในผู้ชาย และทางปากมดลูกและท่อปัสสาวะ
ของผู้หญิง ทำให้เกิดโรคโดยเชื้อแบคทีเรียเกาะจับเซลล์เยื่อบุชน ิดที่ไม่มี
ขนโบก และสร้างสารพิษ lipopolysaccharide endotoxin รวมทั้งสร้างเอ็นไซม์ IgA proteases ทำให้ความสามารถในการก่อโรคเพิ่มมากขึ้น


3. ระยะฟักตัว 1–14 วัน แต่ที่พบบ่อยคือ 3–5 วัน โรคหนองในติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะทางปาก ช่องคลอดหรือทางทวาร การร่วมเพศทางปาก
จะทำให้เชื้อสามารถติดต่อจากปากไปอวัยวะเพศ หรือจากอวัยวะเพศไป
ยังปาก หากช่องคลอดหรืออวัยวะดังกล่าวปนเปื้อนหนองที่มีเชื้ อก็สามารถ
ติดเชื้อนี้ ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการร่วมเพศ ถ้ามีคู่ขามาก ก็จะยิ่งมี
โอกาสติดเชื้อเพิ่มขึ้น การจับมือหรือการนั่งฝาโถส้วมไม่ทำให้เกิดการติดเชื้ อ


อาการ

1. ผู้ชาย จะมีอาการปัสสาวะแสบ และมีหนองไหล บางรายอาจมีอาการน้อย
หรือถ้าเป็นมากอาจจะมีอาการแทรกซ้อนได้ มักจะเกิดอาการหลังจากได้รับ
เชื้อไปแล้ว 2-5 วัน อาการเริ่มแรกจะรู้สึกระคายเคืองท่อปัสสาวะ หลังจากนั้น
จะมีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะ แล้วจึงตามด้วยมีหนองสีเหลืองไหลออกจาก
ท่อปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด อัณฑะบวม หรือมีการอักเสบ


2. ผู้หญิง ตกขาวมีกลิ่นเหม็น เป็นหนองหรือมูกปนหนอง ปัสสาวะแสบขัด
ปวดท้องน้อย อาจมีอาการอักเสบที่ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ช่องทวารหนัก
ถ้าเป็นมากจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น เป็นฝีของต่อมบาร์โทลิน เชื้อโรคอาจ
ลุกลามเข้าสู่โพรงมดลูก ปีกมดลูก ทำให้อุ้งเชิงกรานอักเสบ จนอาจเป็นสาเหตุ
หนึ่งของการตั้งครรภ์นอกมดลูก หรืออาจเป็นหมันได้ ผู้หญิงที่ได้รับเชื้อนี้จะมี
อาการช้ากว่าผู้ชายโดยเฉลี่ยจะเกิดอาการหลัง ได้รับเชื้อแล้ว 1-3 สัปดาห์


3. ทั้งชาย และหญิง อาจติดโรคที่ลำคอหากมีการร่วมเพศทางปาก

4. สำหรับทารกแรกเกิด เชื้อหนองในอาจเข้าตาทำให้ตาอักเสบ ขณะคลอด
ผ่านช่องคลอดมารดาที่มีเชื้อหนองในอยู่ เมื่อเชื้อหนองในเข้าตาเด็ก
จะทำให้ตาอักเสบ ถ้าไม่รีบรักษาตาอาจบอดได้ ดังนั้น ทารกเกิดใหม่จะต้อง
ได้รับการหยอดตาด้วยยาปฏิชีวนะทุกราย เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ดวงตา
ต้องป้องกันเพื่อสุขภาพ

5. ถ้ามีการกระจายของเชื้อในกระแสเลือดจะทำให้เกิดการอั กเสบของข้อ
ที่พบบ่อยคือ ข้อบริเวณข้อมือ หรือเท้า อาจพบที่ข้อศอก หรือหัวเข่าได้
รอยโรคที่ผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการอักเสบที่เส้นเลือดของผิวหนัง ทำให้เกิด
เป็นตุ่มหนองอยู่บนฐานสีแดง กดเจ็บ มักพบที่บริเวณมือ เท้า และแขนขา
ส่วนปลาย


6. การติดเชื้อหนองในระหว่างตั้งครรภ์จะจำกัดอยู่เฉพาะบ ริเวณ
อวัยวะสืบพันธุ์ส่วนล่าง ได้แก่ บริเวณท่อปัสสาวะ บริเวณด้านข้างของท่อ
ปัสสาวะ ต่อมบาร์โทลิน บริเวณปากช่องคลอด หรือบริเวณปากมดลูก
หญิงตั้งครรภ์อาจพบว่ามีการติดเชื้อหนองในบริเวณคอหอ ย และทวารหนัก
เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการมีพฤติกรรมทางเพศที่เปลี่ยนไปในระ หว่าง
ตั้งครรภ์ได้แก่ มีการร่วมเพศทางปาก และทางทวารหนักเพิ่มขึ้น ดังนั้นใน
หญิงตั้งครรภ์ที่สงสัยว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเช ื้อหนองในควร ทำการ
เพาะเชื้อหนองใน ตอนมาฝากครรภ์ครั้งแรก และอีกครั้งตอนอายุครรภ์
ประมาณ 28 สัปดาห์


การวินิจฉัย

โรคหนองในสามารถให้การวินิจฉัยได้จากลักษณะประวัติอา การ การตรวจ
หนองด้วยการย้อมหาเชื้อ การเพาะเชื้อต้นเหตุ เทคนิคใหม่ PCR สามารถ
ตรวจได้ทั้งจากหนองและปัสสาวะ ทั้งนี้แพทย์จะตรวจหาโรคที่ติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นๆ ร่วมด้วย




ภาวะแทรกซ้อน

ในกรณีที่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ในผู้ชายอาจเกิดภาวะต่อมลูกหมากอักเสบ
อัณฑะอักเสบ ท่อปัสสาวะตีบ ทำให้ปัสสาวะไม่ออกและทำให้เป็นหมันได้
สำหรับผู้หญิง อาจเกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ ปวดประจำเดือน แท้ง กระเพาะ
ปัสสาวะอักเสบ ปากมดลูกอักเสบ



แนวทางการรักษาเพื่อสุขภาพ

1. โรคหนองในรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่ม cephalosporin และ quinolone
อาจเป็นชนิดรับประทานหรือชนิดยาฉีด


2. ยา ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่
cefixime 400 มิลลิกรัม รับประทานครั้งเดียว,
ceftriaxone 250 มิลลิกรัม ฉีดครั้งเดียว,
ciprofloxacin 500 มิลลิกรัม รับประทานครั้งเดียว,
ofloxacin 400 มิลลิกรัม รับประทานครั้งเดียว,
levofloxacin 750 มิลลิกรัม รับประทานครั้งเดียว


3. เนื่องจากเชื้อมีการดื้อยามากขึ้น จึงต้องรับประทานยาให้ครบ และตรวจซ้ำ
ตามที่แพทย์แนะนำ ระหว่างที่รักษาให้งดการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 2 สัปดาห์
และงดดื่มสุรา-เหล้า-เบียร์ 2 สัปดาห์


4. ผู้ป่วยโรคหนองในแท้มักจะมีหนองในเทียมร่วมด้วย จึงต้องรักษาพร้อมกัน
ทั้งสองโรค นอกจากนี้ผู้ที่เป็นหนองในควรเจาะเลือดตรวจซิฟิลิส (VDRL)
เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อซิฟิลิสร่วมด้วย ถ้าพบวีดีอาร์แอลเป็นผลบวก
แสดงว่าเป็นซิฟิลิส และควรตรวจหาเชื้อเอชไอวีพร้อมกันไปด้วย
เพื่อสุขภาพ ต้องระวังการมีเพศสัมพันธ์

5. แนะนำให้คู่สามี-ภรรยาไปตรวจรักษาด้วย

อ้างอิงโดย : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ

edit @ 24 May 2011 00:24:25 by papaya

Comment

Comment:

Tweet

ZHeqVx <a href="http://ehpddybgsrvy.com/">ehpddybgsrvy</a>, esdxkcragdgy, [link=http://pmirqbpnuwhd.com/]pmirqbpnuwhd[/link], http://onlrvbwxdmsm.com/

#1 By PzuUOyJKo (103.7.57.18|188.92.74.112) on 2013-03-23 07:49