สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี กินเพื่อสุขภาพ เพื่อ

สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี



icon

วิธีการบำรุงคุณแม่อาหารสำหรับคนหลังคลอด "ช่วยฟื้นพลังงานได้ดีนักเชียว"

อาหารสำหรับคนหลังคลอดถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จำเป็น อย่างยิ่งค่ะ และวันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีคำแนะนำเกี่ยว อาหารสำหรับคนหลังคลอด เพื่อให้คุณแม่ทั้งหลายฟื้นร่างกายได้อย่างดีมากขึ้นค่ะ นอกจาก อาหารสำหรับคนหลังคลอด จะช่วยเติมพลังงานงานให้กับคุณแม่ทั้งหลายแล้ว ใน อาหารสำหรับคนหลังคลอด ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาแนะนำกันในวันนี้ยังมีส่วนช่วยให้คุณแม่ลดอาการต่างๆ ที่จะตามมาหลังคลอดอีกด้วยค่ะ ฉะนั้นคุณแม่ทั้งหลายคงไม่พลาด อาหารสำหรับคนหลังคลอด ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ ว่าแล้วเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่า อาหารสำหรับคนหลังคลอด นั้นมีอะไรที่ต้องรับประทานกันบ้างเอ่ย

ตอนตั้งท้องคุณแม่ต้องการพลังงานมากขึ้นกว่าปกติวันละ 300 กิโลแคลอรี หลายคนคิดว่า หลังคลอดแล้วร่างกายก็คงกลับไปต้องการพลังงานเหมือนปกติ แต่จริงๆ ไม่ใช่เลยค่ะ เพราะช่วงนี้คุณแม่ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นจากช่วงท้องอีกเสียด้วยซ้ำ

หลังคลอดร่างกายของคุณแม่ต้องการพลังงานมากกว่าตอนขณะตั้งครรภ์ 500 กิโลแคลอรีต่อวันค่ะ พลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้จะถูกนำไปใช้สร้างน้ำนมและชดเชยพลังงานที่เสียจากการคลอด เพราะฉะนั้นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการนี่แหละค่ะ จะช่วยให้แม่หลังคลอดฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ช่วยซ่อมแซมให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ลดอาการอ่อนเพลียจากการสูญเสียเลือดและน้ำขณะคลอดได้ เรามาดูกันว่าอาหารชนิดใดบ้างจะช่วยให้คุณแม่กลับมาสดชื่น ที่สำคัญช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาตอนหลังคลอดได้ด้วย

 

 

อาหารสำหรับคนหลังคลอด

 

 

อ่อนเพลีย : โปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินซี

ที่มา : เกิดจากร่างกายสูญเสียเลือดและน้ำ รวมไปถึงความเครียดและความเมื่อยล้าขณะคลอด
อาหารแนะนำ :
อาหารที่มีโปรตีนและธาตุเหล็กสูงเพื่อช่วยสร้างเม็ดเลือดทดแทนที่ร่างกายต้องสูญเสียไป
ธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ป้องกันภาวะโลหิตจาง ทำให้มีกำลัง ไม่อ่อนเพลีย มีมากในเครื่องในสัตว์ ไข่แดง เนื้อแดง ผักสีเขียวเข้มและงา
วิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงควรกินธาตุเหล็กพร้อมกับผักผลไม้สดที่มีวิตามินซี

น้ำนมน้อย : อาหาร 5 หมู่

ที่มา : ส่วนหนึ่งเกิด จากร่างกายได้รับพลังงานอาหารไม่เพียงพอหรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ในระยะให้นมลูกพลังงานที่ต้องการเพิ่มขึ้นนั้น ถูกนำมาสร้างเป็นน้ำนม
อาหารแนะนำ : อาหารทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอเพื่อใช้สำหรับผลิตน้ำนม
โปรตีน ถ้าร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอก็ทำให้ปริมาณน้ำนมน้อย สำหรับแคลเซียมซึ่งต้องการเพิ่มขึ้น 1,500 มิลลิกรัมต่อวันเนื่องจากในน้ำนมแม่เฉลี่ย 100 มิลลิลิตรมีแคลเซียม 30 มิลลิกรัม ถ้าแม่ได้แคลเซียมไม่เพียงพอระดับแคลเซียมในน้ำนมจะคงอยู่เท่าเดิม โดยการดึงแคลเซียมจากกระดูกแม่มาทดแทน ดังนั้น จึง ต้องรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อป้องกันการสูญเสียแคลเซียม จากกระดูกแม่นั่นเอง เช่น การดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1–2 แก้ว, การรับประทานเต้าหู้หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองหรือปลาที่รับประทานทั้ง กระดูกได้จะช่วยเพิ่มแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น

ผิวแห้ง : น้ำ

ที่มา : ร่างกายสูญเสียน้ำหรือดื่มน้ำน้อย
อาหารแนะนำ : ดื่มน้ำเพิ่มขึ้น นอกจากน้ำดื่มแล้ว อาจดื่มน้ำผลไม้สด น้ำสมุนไพร น้ำซุป รวมกันแล้วให้ได้วันละ 8-10 แก้ว แนะนำให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น
การดื่มน้ำอย่างพอเพียง จะทำให้สดชื่นลดอาการอ่อนเพลีย ผิวพรรณชุ่มชื้น ช่วยให้การหลั่งน้ำนมดีขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่หวานจัด เพราะจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นค่ะ

ท้องผูก : ใยอาหาร วิตามิน ไขมัน น้ำ

ที่มา : การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้ลำไส้บีบตัวช้าลง ดื่มน้ำน้อย และรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
อาหารแนะนำ : ควรรับประทานผัก ผลไม้ ที่นอกจากจะมีวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ แล้ว ใยอาหารในผักผลไม้ยังช่วยให้การขับถ่ายง่ายขึ้น
ผักบางชนิด มีฤทธิ์ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ทำให้สบายตัว ไม่อึดอัดแน่นท้อง และช่วยเพิ่มน้ำนม เช่น ขิง ใบกะเพรา ใบแมงลัก เป็นต้น ในแต่ละวันควรรับประทานผักผลไม้หลากหลายสีเพื่อให้ได้แร่ธาตุครบถ้วน
ควรมีส่วนผสมของน้ำมันในอาหารจานผัก เพื่อที่ร่างกายจะได้ดูดซึมวิตามิน เอ อี ดี เค ได้ดียิ่งขึ้น
อย่าลืมดื่มน้ำ
ให้ได้วันละ 8-10 แก้วนะคะ น้ำช่วยให้อุจจาระมีความอ่อนนุ่ม ขับถ่ายง่าย


เจ็บแผลผ่าตัดหรือที่ฝีเย็บ : โปรตีน วิตามินซี

ที่มา : ปกติการคลอดบุตรทำให้ฝีเย็บแยกจากกัน แผลที่ฉีกขาดหรือแผลที่เย็บมักมีการบวมแดง เนื่องจากผิวหนังดึงรั้งกันทำให้เจ็บแผล การกินอาหารโปรตีนสูงจะช่วยสมานแผลได้เร็ว
อาหารแนะนำ : การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงๆ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง เต้าหู้ ทำให้ร่างกายสามารถปรับคืนสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่ได้จากเนื้อสัตว์ทำหน้าที่ช่วยในการส่งเสริมภูมิคุ้มกัน สร้างเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ส่วนวิตามินซีจากผักผลไม้ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อโปรตีนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อแผลหายเร็วอาการเจ็บแผลก็จะลดน้อยลง

ผมร่วง : แร่ธาตุ ไขมัน

ที่มา : ผมร่วงอาจเกิดจากภาวะเครียด การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของฮอร์โมนช่วงหลังคลอด ทำให้เส้นผมหยุดเจริญเติบโตชั่วคราว หรือการรับประทานอาหารไม่สมดุลก็ทำให้เกิดอาการนี้ได้
อาหารแนะนำ : ควรรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก แมงกานีส กำมะถัน ไอโอดีน ไบโอติน โอเมก้า 3 เพิ่ม อาหารที่มีประโยชน์กับเส้นผม ได้แก่ หอยนางรม อาหารทะเล ปลา ตับสัตว์ ไข่แดง ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ แครอต หัวปลี ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน มะพร้าว มะตูม คะน้า กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี กล้วย สับปะรด องุ่น ส้ม สาหร่ายทะเล

ปวดเมื่อย : แคลเชียม เกลือแร่ วิตามินบี

ที่มา : อาจเนื่องมาจากระหว่างการคลอดมีการบิดเกร็ง หรืออยู่ในท่าเดียวนานๆ การให้นมลูกอาจทำให้ต้องอุ้มลูกเกิดการเมื่อยล้าหรือกลัวลูกตื่นไม่กล้าขยับตัว ภาวะเครียดก็ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้
อาหารแนะนำ : การกินอาหารโปรตีน ธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อแดง ทำให้ได้แคลเซียมและวิตามินบี
เมื่อกล้ามเนื้อมีการหดหรือเกร็ง แคลเซียมจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว วิตามินบีทำให้ปลายประสาททำงานได้ดี ส่วนการดื่มน้ำสมุนไพรต่างๆ เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้ หรือการปรุงอาหารด้วยเครื่องเทศ สมุนไพร จะช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ทำให้กระปรี้กระเปร่า ลดอาการเครียด กระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตให้เดินสะดวกและรักษาอุณหภูมิในร่างกาย

ขอแนะนำ 3 เมนู ที่ช่วยบำรุงคุณแม่หลังคลอดให้กลับมาสดชื่นและแข็งแรงค่ะ

- โป๊ะแตกสมุนไพร
- ซุปรวมพลังแคลเซียม
- ผัดขิงเต้าหู้


ขอขอบคุณข้อมูลการดูแลคุณแม่จาก modernmom ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต

Comment

Comment:

Tweet