สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี กินเพื่อสุขภาพ เพื่อ

สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี



icon

 

การดูแลลูกน้อยเมื่อ "ลูกหายใจผิดปกติ" จะทำอย่างไรดี?

เมื่อ "ลูกหายใจผิดปกติ" จะทำอย่างไรดี? วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีคำตอบนี้มาฝากคุณแม่ที่กำลังมีข้อสงสัยถึงเรื่องนี้กันอีกด้วยค่ะ การดูแลลูกน้อยจะต้องบอกว่าต้องใช้สัญชาตญาณของความเป็นแม่อย่างสูงเลยก็ว่า ได้นะค่ะ เพราะถ้าเกิดลูกน้อยในวัยทารกของคุณเกิดเจ็บป่วยตรงไหนเขาจะบอกคุณโดยการ ร้องไห้และอาการที่เกิดขึ้นตามร่างการ แต่ถ้าเกิดวันนี้หนึ่ง ลูกหายใจผิดปกติ หรือ ปากคล้ำ มือคล้ำ หายใจลำบาก นั้นเป็นการแสดงให้คุณเห็นว่าออกซิเจนในเลือดของเจ้าตัวน้อยต่ำกว่าปกติ คุณพ่อกับคุณแม่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ให้ด่วนที่สุดค่ะ เพราะถ้าที่ ลูกหายใจผิดปกติ และคุณไม่ทันได้สังเกตุอาจจะเป็นอันตรายต่อเจ้าตัวน้อยได้ และนอกจากนี้วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ยังนำเอาเทคนิคการสังเกตการหายใจของลูกน้อยมาฝากคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะค่ะ ถ้าคุณเคยสงสัยว่าการหายใจของเจ้าหนูน้อยแบบไหนที่เรียกว่าปกติ เกร็ดน่ารู้ของเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) วันนี้รับรองว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมากแน่นอนค่ะ เมื่อคุณพ่อคุณแม่รู้ถึงการหายใจที่ปกติของเจ้าหนูน้อยแล้วเมื่อ ลูกหายใจผิดปกติ ก็จะสังเกตุได้ไม่ยากและสามารถป้องกันได้จนไม่เป็นอันตรายอีกด้วยนะค่ะ

 

 

เมื่อ "ลูกหายใจผิดปกติ"

1. สังเกตการณ์หายใจลูก

โดยปกติเด็กเล็กมักจะหายใจเร็วค่ะ เด็กตั้งแต่แรกเกิด-2 เดือน จะมีอัตราการหายใจอยู่ที่ 60 ครั้งต่อนาที เมื่อโตขึ้นมาสักหน่อยอายุ 2 เดือน-1 ปี อยู่ที่ 50 ครั้งต่อนาที แต่เมื่ออายุ 1-3 ปีขึ้นไป อัตราการหายใจของลูกจะเริ่มลดลงและจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 20-30 ครั้งต่อนาทีค่ะ


2. ถ้าลูกมีลักษณะดังต่อไปนี้ ต้องรีบพาไปหาคุณหมอนะค่ะ

- อัตราการหายใจผิดปกติ

ถ้าลูกหายใจโดยมีจำนวนครั้งมากกว่าปกติ เป็นลักษณะของการหายใจที่บ่งชี้ว่าบริเวณปอดหรือเยื่อหุ้มปอดอาจมีปัญหาค่ะ เนื่องจากปอดถูกดันเอาไว้เมื่อหายใจเข้าก็เหมือนจะหายใจได้ไม่เต็มที่ จึงต้องเพิ่มจำนวนครั้งในการหายใจเพื่อให้ได้ปริมาณออกซิเจนในปอดต่อนาที เท่าเดิม

- หายใจมีเสียง

ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่ควรจะเกิดกับเด็กๆ เช่น เสียงกรนที่ดังมาก หรือเสียงหายใจในทรวงอก ที่ทางการแพทย์เรียกว่าเสียงหวีด ซึ่งเกิดขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืนทั้งเวลาตื่นและเวลานอน มีลักษณะเป็นเสียงทุ้มเหมือนท่อที่ตีบแคบลง ซึ่งเป็นสัญญาณของความผิดปกติของหลอดลม

- ซี่โครงบาน ที่เรียกว่าภาวะ Paradoxical Breathing หรือการหายใจที่ตรงข้ามกัน

โดยปกติแล้วเวลาเราหายใจเข้าผนังทรวงอกจะ ต้องขยายเนื่องจากกะบังลมมีการเลื่อนลงมาและท้องก็จะป่องตาม แต่หากลูกหายใจผิดปกติก็จะมีลักษณะการหายใจที่ตรงข้าม คือเมื่อหายใจเข้ากล้ามเนื้อบริเวณกะบังลมจะเคลื่อนลงมาแรงกว่าเดิมทำให้ ท้องป่องแต่หน้าอกแฟบ เมื่อหายใจออกท้องยุบแต่ทรวงอกโป่งทำให้ช่องซี่โครงบานนั่นเองซึ่งอาการดัง กล่าวนี้มีสาเหตุมากจากการอุดตันบริเวณหลอดลม

- มือและปาก คล้ำ เขียว

ในกรณีของเด็กที่ไม่มีปัญหาเรื่องภาวะโรค หัวใจแต่กำเนิดเลย ปาก มือและเล็บเป็นสีชมพูปกติ แต่หากมีอาการ ปากคล้ำ มือคล้ำ หายใจลำบาก ไอมาก หรือหายใจเสียงดัง นั่นเป็นลักษณะที่บ่งชี้ว่าออกซิเจนในเลือดต่ำ ถ้าลูกมือคล้ำ แต่ปากไม่คล้ำความรุนแรงก็จะลดลงค่ะ แต่ถ้าทั้งมือและปากคล้ำด้วยกันทั้งสองอย่างหรือเด็กบางคนหยุดหายใจทันที คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาลูกไปหาหมออย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจร่างกายและวินิจฉัย ว่าเป็นโรคอะไร

 

 

ลูกหายใจผิดปกติ

 

 

3. หายใจผิดปกติ

การหายใจผิดปกติของลูกอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงต่อโรคที่จะเกิดขึ้นกับลูกน้อย ได้แก่

- ปอดอักเสบ

หรือมีปัญหาเรื่องน้ำในเยื่อหุ้มปอดมีผนัง ทรวงอกที่ผิดปกติหรืออาจเป็นทางเดินหายใจส่วนบนอุดตันเนื่องจากการหายใจที่ เร็วกว่าค่าเฉลี่ยในแต่ละช่วงวัย ซึ่งต้องรีบพาลูกไปพบคุณหมอทันทีเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคให้แน่ชัด

- มีปัญหาทางสมอง

โดยเฉพาะเด็กที่เกิดอาการลมชักหรือมีปัญหาทางสมองตั้งแต่แรกเกิดเนื่องจากศูนย์ควบคุมการหายใจจะอยู่ที่สมอง เมื่อออกซิเจนไม่เพียงพอ สมองจะส่งสัญญาณไปที่กล้ามเนื้อได้น้อยกว่าปกติจึงเป็นเหตุให้การหายใจของลูกช้าลงบางคนเป็นมากอาจเกิดภาวะหยุดหายใจได้

- ทางเดินหายใจอุดตัน

ในเด็กที่นอนกรนมากๆ จะมีภาวะของต่อมอะดีนอยด์หลังโพรงจมูกโตหรือต่อมทอนซิลโตในโพรงจมูก ดังนั้น เวลาที่ลูกนอนหงายกล้ามเนื้อทางเดินหายใจจะอ่อนตัวลงทำให้เกิดภาวะลิ้นตกจึงเป็นสาเหตุให้ทางเดินหายใจแคบลง ถ้าเป็นมากๆ ก็จะมีปัญหาเรื่องการหยุดหายใจได้


4. ทำอย่างไร เมื่อลูกหายใจติดขัด

- แม้ลูกจะไม่มีปัญหาเรื่องระบบการหายใจคุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงสารระคายเคืองและมลภาวะต่างๆ เช่น กลิ่นสารเคมี กลิ่นฉุนๆ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น แต่หากลูกมีภาวะภูมิแพ้และทราบว่าลูกแพ้อะไรคุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะหลีกเลี่ยง สิ่งเหล่านั้น

- แต่ถ้าช่วงที่ลูกไม่สบายแล้วเริ่มมีปัญหาเรื่องการหายใจให้สังเกตที่จำนวนครั้งของการหายใจค่ะ ว่าช้าหรือเร็วเกินไปหรือไม่ ต้องไม่มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของทรวงอก ไม่มีเสียงหายใจผิดปกติ และไม่มีภาวะปากคล้ำมือคล้ำ เป็นต้น

- หากลูกมีอาการผิดปกติข้างต้นควรพาไปหาคุณหมอทันทีและควรเป็นคุณหมอที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อรักษาอาการเบื้องต้นก่อน เพราะ ลูกอาจจำเป็นต้องได้รับออกซิเจนหรือยาพ่นอย่างเร่งด่วน แล้วจากนั้นค่อยไปพบคุณหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการเว้นช่วงการรักษาไว้นาน หลายชั่วโมงอาจเกิดภาวะที่รุนแรงต่อลูกได้ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลการดูแลทารกจาก รักลูก ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต

Comment

Comment:

Tweet

Recommend